Photoshop Begin

ครั้งแรกที่ผมได้ใช้งาน Adobe Photoshop คือการใช้ Photoshop 5.0 และ Photoshop 6.0 จากเครื่อง PC ในศูนย์คอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละเครื่องจะลงไว้ต่าง Version กัน อยู่ที่ว่าวันที่ไปใช้จะได้ใช้เครื่องไหน ซึ่งต่อมาในภายหลังผมได้จับ Photoshop 4.0 จากเครื่อง Macintosh รุ่นคุณปู่ที่คณะ (ซึ่งมี 5.0 และ 6.0 รวมอยู่ด้วยแล้วแต่เครื่อง) หลังจากที่อาจารย์กลัวนักศึกษา จะใช้คอมพิวเตอร์กันไม่เป็นโดยเปิดเป็น Course พิเศษ เรียนกันสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวม 4 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่แทบจะไม่ช่วยอะไรนักศึกษาเลย เพราะเครื่อง Mac 4 เครื่อง แต่ตั้งบูชาไว้หนึ่งเครื่องเหลือใช้งานได้จริง 3 เครื่อง กับนักศึกษาทั้งชั้นที่มีอยู่ 20 กว่าคน มะรุมมะตุ้มรุมใช้เครื่องที่มีอยู่แค่ 3 เครื่อง !!!
การศึกษาเพิ่มเติม โดยใช้เครื่องที่ศูนย์ของมหาวิทยาลัยคือทางออกของผม ซึ่งในช่วงแรกๆก็ยังมีโอกาสได้ลองได้เล่นอยู่ แต่พอนานๆไป จู่ๆ Photoshop ก็ถูกถอนออกจากเครื่องไปจนเกือบหมด พอไปถามพี่ที่คุมเครื่องได้รับคำตอบว่ามันหนักเครื่อง เวรกรรม…

โชคดีที่ตอนนั้น ผมได้เจ้า AMD 750 เม็กกะเฮิร์ซ ช่วยชีวิตไว้ เลยได้มีโอกาสฝึกมืออย่างเต็มที่ แต่ด้วยสเป็คเครื่องที่ถามใครในตอนนี้ก็ไม่รู้จักกับแรม Idio 16 เม็ก 2 แถว กับการ์ดจอที่ผมจำชื่อไม่ได้ (และทำใหม้ไปกับมือในเวลาต่อมา T_T) และระบบปฏิบัติการยอดฮิตในขณะนั้น Windows 98 การใช้งาน Photoshop 6.0 ของผมจึงค่อนข้างกระท่อนกระแท่น เดี๋ยวดับเดี๋ยวติด เดี๋ยวค้างเดี๋ยวตื่น ตามสภาพของอุปกรณ์

ผมถือคติว่า “ไม่ลองไม่รู้” การหัดใช้โปรแกรมของผมก็คือ การลงมือทำจริงๆ ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ หนังสือ Tutorials ต่างๆไม่เคยผ่านมือผมเลยในตอนนั้น อาศัยอ่านจาก Internet บ้าง ถามคนนู้นนิด คนนี้หน่อย โดยผมใช้แรงบันดาลใจจากภาพสาวๆที่หาโหลดจาก Internet โดยเอารูปของพวกเธอมาแต่ง ประมาณว่าแต่งภาพสวยๆงามๆ มันน่าทำกว่าเอาสิงสาราสัตว์มาตัดต่อแเป็นไหนๆ (แต่ผมไม่ได้หัดตัดต่อแบบโป๊ๆนะครับตอนนั้น เพิ่งมาทำเป็นตอนหลัง ^^ )

ในระหว่างที่ฝึกใช้ Photoshop ผมก็หัดทำเว็บอยู่ด้วย ทุกครั้งที่ท่อง Internet ผมมักจะโหลดความรู้ทางด้านการทำเว็บมาเก็บไว้ ซึ่งตอนนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของหน้า HTML ผมก็ Save As มาทั้งหน้า และที่ขาดไม่ได้ก็คือโหลดภาพสวยๆ โดยเฉพาะภาพ Wallpaper ที่มีแจกอยู่ ซึ่งมันทำให้ผมปิ๊งไปเดีย ว่าอยากจะทำ Wallpaper แจกกับเขาบ้างเมื่อทำเว็บตัวเองเป็นแล้ว

การฝึกใช้ Photoshop ส่วนใหญ่ของผมจึงหมดไปกับการแต่งภาพสำหรับทำ Wallpaper ซึ่งมีทั้งภาพสาวๆ และภาพ Graphic ซึ่งทำไปทำมาถ้านับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผมว่าคงเป็นพันๆภาพเลยถ้ามันไม่สาปสูญไปซะก่อน T_T

เพาะบ่มฝีมือได้นิดหน่อยก็ถึงเวลาใช้งานจริง กับโปรเจคจบการศึกษาที่ต้องโชว์ฝีมือเต็มที่ ซึ่งกว่าจะผ่านขั้นตอนการนำเสนอ จนมาถึงขั้นลงมือทำก็เล่นเอาผมเกือบเอาตัวไม่รอด ซึ่งผมก็ใช้งานเจ้า Photoshop ผ่านจากเครื่อง AMD 750 มาด้วยดีจนเกือบ 70 % ของงานทั้งหมด ฉากอวสานของเจ้า AMD 750 ก็มาถึง เมื่อถึงช่วงตีสี่ ตอนที่ผมกำลังปั่นงานอย่างเมามัน แต่ไม่รู้ว่าผมเมาหรือง่วง อยู่ก็เอามือไปปรับแรงดันไฟที่หลังเครื่องคอมเล่นซะงั้น ทั้งๆที่ไม่เคยไปแตะต้องมาก่อน ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ เจ้า AMD 750 ควันโขมง และไม่เคยตื่นอีกเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมา …

เล่นเอาน้ำตาซึมเลยผม งานก็ยังไม่เสร็จ จะเอาอะไรไปส่ง สมองที่เบลออยู่แล้วสั่งการอะไรแทบไม่ออก ผ่านไปร่วมชั่วโมงที่ผมนั่งซึมอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ก่อนที่อาการหมดแรงจะทำร้ายผมใากไปกว่านี้ ผมตัดสินใจถอด Harddisk ตัวเก่งออกมาห่อใส่ซองกันกระแทก แล้วแพ็คใส่กระเป๋า คิดในใจว่า “เอาวะ ! ไปตายเอาดาบหน้ายังไงๆข้อมูลยังอยู่ หน้าด้านไปขอเสียบ Harddisk ใช้กับเครื่องคนอื่นก็ได้วะ”

เมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยด้วยอาการโซซัดโซเซ เพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน ผมก็พบว่ายังมีเพื่อร่วมชะตากรรมที่งานยังไม่เสร็จอีกเพียบ สาเหตุสำคัญส่วนใหญ๋มาจากที่ในรุ่นผม มีคนที่มีคอมพิวเตอร์แค่ไม่กี่คน และมีคนที่ใช้มันเป็นน้อยกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีเสียอีก -_-’

Dead Line สำหรับนำเสนองานในรอบนี้ของพวกผมคือ 6 โมงเย็น พวกผมทั้งหมดที่ตัวงานยังไม่พร้อม Present จึงรวมตัวกันเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนที่มี มารวมกันที่บ้านเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งรวมแล้วเราได้คอมพิวเตอร์จำนวน 4 เครื่อง โดยมีเพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยังทำงานไม่เสร็จ 13 คน !!!

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าคอมพิวเตอร์มี 4 เครื่อง แต่คนทำ Photoshop เป็น ดันมีแค่ 3 คนรวมทั้งผมด้วย เวรกรรมจึงมาตกที่พวกผม 3 คน เมื่อทำการต่อรองกับอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจค จนสามารถเลื่อนการส่งงานออกไปได้ คืนนั้นทั้งคืนเป็นคืนที่ได้รู้จักเพื่อนๆทุกคนอย่างถ่องแท้ คำนิยามที่ว่า “เราจะรู้นิสัยคนได้อย่างแท้จริงก็ตอนลำบาก” ยังใช้ได้เสมอ และเป็นที่น่ายินดีที่ “ส่วนใหญ่” เพื่อนผมจะเป็นเพื่อนที่ดี มีส่วนน้อยที่ไม่น่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น (และผมก็ไม่อยากจะนับรุ่นด้วย)

เพราะวิกฤติโปรเจ็ค ทำให้ผมใช้งานเจ้า Photoshop ได้คล่องแคล่วขึ้น แม้จะไม่เข้าขั้นเทพ แต่ก็เข้าขั้นใช้ทำมาหากินได้ ผมบอกได้เลยว่า วิกฤติสร้างโอกาสให้เราได้จริงๆ ผมกลายเป็นคนทำงานไว แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ค่อนข้างดี เพราะมักจะตกอยู่ในภาวะวิกฤตงานเร่งอยู่บ่อยๆ (ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ก่อ -_-’) ซึ่งผมมองว่ามันเป็นเรื่องดีที่ทำให้ผมเก่งขึ้น

นี่คือเรื่องราวในช่วงแรกที่ผมหัดใช้เจ้า Photoshop ก่อนจะนำมันมาเป็นส่วนหนึ่งของการหารายได้ทุกวันนี้ ใครที่กำลังหัดใช้หัดเล่นอยู่ ไม่ว่าจะโปรแกรมอะไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดวิกฤติแบบผม แต่ให้ลองตั้งเงื่อนไขการทำงานขึ้นมา เช่นแต่งภาพบริตนีย์ ให้ไปร่วมรบอยู่กับชาวสปาตัน โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 6 ชั่วโมง อย่างนี้เป็นต้น แล้วให้เราทำสถิติเก็บไว้ว่าเราทำได้ตามเงื่อนที่ตั้งไว้หรือเปล่า ถ้ายังทำไม่ได้ก็ให้ทำซ้ำอีก รับรองว่าจะดีขึ้นแน่นอน แต่ถ้าเบื่อแบบเดิมๆ ก็เปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ หาอะไรใหม่ๆ ทำไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อเราทำได้หลายๆงาน ลองเอาสถิติที่จดไว้มาดู เราจะเห็นพัฒนาการของเราเอง ว่าดีขึ้นหรือแย่ลงอย่างไร

คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกครับ ^^

This entry was posted in My Studio and tagged . Bookmark the permalink.

3 Responses to Photoshop Begin

  1. ความคิดแจ่มเลยครับ เดี๋ยวต้องลองใช้ดูบ้างแล้ว

  2. I would like to propose not to wait until you get big sum of cash to order all you need! You should get the loan or just credit loan and feel fine

  3. sagula says:

    ปีกงอกออกข้างหลังทันทีที่ผมอ่านจบ

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>